โรคไต คนเรามักจะเป็นโรคไตเมื่อทานอาหารรสเค็มจัดหรือทานอาหารที่มีไขมันมาก

โรคไต คนเรามักจะเป็นโรคไตเมื่อทานอาหารรสเค็มจัดหรือทานอาหารที่มีไขมันมาก

โรคไต ถ้าเราดูแลรักษาสุขภาพทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ห่างไกลจากโรคไตได้ไม่อยาก

โรคไต “ไต” เป็นอวัยวะภายในร่างกายของคนเรา รูปร่างเหมือนเม็ดถั่วเหลือง มีขนาดเท่ากำปั้น มี 2 ข้างอยู่บริเวณกลางหลัง หน้าที่ของไตคือ สร้างปัสสาวะ โดยการไปกระตุ้น ที่ปลายประสาทกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะบีบ แล้วก็ขับของเสีย ที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานต่างๆ ออกจากร่างกาย ช่วยรักษาความสมดุล ของน้ำภายในร่างกาย ไตยังมีสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และควบคุมความดันโลหิต หากไตทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้ความดันโลหิตผิดปกติ และอาจทำให้เป็นโรคโลหิตจางด้วย ส่วนใหญ่แล้ว โรคนี้มักจะเกิดกับผู้สูงอายุ เนื่องจากการกลไกการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกาย มีความสามารถลดลง ความเสื่อมสภาพของร่างกาย เป็นต้น

สาเหตุของการเกิดโรคไตมันคืออะไรมาดูกัน

โรคไตคือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติ ของพยาธิสภาพของไต ทำให้การขับของเสียออกจากร่างกายไม่ปกติ สังเกตได้จากปัสสาวะไม่ใส มีสีขุ่น อาจเกิดจากการติดเชื้อ ของเม็ดเลือดขาว หรือเม็ดเลือดแดงติดเชื้อแบคทีเรีย โรคไตเป็นโรคที่ไม่ติดต่อ คนเรามักจะเป็นโรคไต เมื่อทานอาหารรสเค็มจัด หรือทานอาหารที่มีไขมันมาก ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้ไตต้องทำงานหนัก ในการขับของเสียต่าง ๆ ที่ร่างกายไม่ต้องการ โรคไตที่พบบ่อยได้แก่ โรคไตวาย โรคกรวยไตอักเสบ และนิ่วในไต เป็นต้น

โรคเกี่ยวกับไต โรคเกี่ยวกับไตนั้น นอกจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ก็ยังมีสาเหตุจริง ๆ อีกหลายอย่าง ที่เรายังไม่ทราบได้แน่ชัด แต่อาการหลัก ๆ จะสังเกตได้ว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต สัญญาณเตือนอย่างแรกก็คือ อาการปวดหลัง นอกจากการติดเชื้อแล้ว โรคไตอาจเกิดจากสาเหตุอื่น

อย่างเช่น กรรมพันธุ์ก็มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับไตได้เช่นกัน เราลองมาดูกันว่า โรคที่เกี่ยวเนื่องกับไตมีอะไรบ้าง ตามข้อมูลด้านล่างนี้เลย

  • โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หมายถึง การเกิดการอักเสบ หรือการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ ตั้งแต่กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ไปจนถึงไต ผู้สูงอายุมีโอกาสติดเชื้อ ทางเดินกระเพาะปัสสาวะมากที่สุด และยังทำให้เกิดเกิดการติดเชื้อ ในกระแสเลือดของผู้สูงอายุด้วย เช่น ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะน้อยลง ทำให้มีแลคโตบาซิลไลในช่องคลอดน้อย ค่าความเป็นกรดด่างเพิ่มขึ้น เชื้อโรคจะเจริญเติบโตได้ง่าย เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการทำงานของไตลดลง ทำให้ปัสสาวะเกิดความเป็นกรด มีสีเข้มขึ้น ขับสารยูเรียได้ลดลงก็ทำให้การติดเชื้อต่างๆ ง่ายขึ้นเช่นกัน และผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักจะป่วยด้วยโรคเบาหวาน ยิ่งกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค เนื่องจากน้ำตาลเป็นสารเพาะเชื้อโรคที่ดี มีอาการต่อมลูกหมากโต ทำให้สารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมาก ที่จะช่วยกำจัดเชื้อโรคมีลดลงไปด้วย ที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการปัสสาวะ ปัสสาวะเองไม่ได้  มีการผ่าตัดต้องสวนท่อปัสสาวะ โอกาสติดเชื้อยิ่งสูงขึ้น
  • โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ อาการที่พบคือ เมื่อผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ จะเกิดการปวดหลังอย่างเฉียบพลัน ปัสสาวะแสบขัด มีเลือดปน บางครั้งมีก้อนิ่วติดออกมาด้วย บางครั้งผู้ป่วยก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า เป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะแล้ว ต้องทำการอัลตราซาวด์ วิธีการรักษานิ่วในทางเดินปัสสาวะ ก็มีหลายวิธี เช่น การทานยาปฏิชีวนะ ในรายที่เพิ่งเริ่มเป็น การสลายนิ่วด้วยเลเซอร์ การผ่าตัด เป็นต้น
  • โรคมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ โรคนี้ถือว่าร้ายแรงมาก อาการคือ ปวดหลัง ปัสสาวะเป็นเลือด วิธีการรักษาคือ การผ่าตัดมะเร็งออกไป
  • โรคเส้นเลือดฝอยที่ไตอักเสบ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นโรคเส้นเลือดฝอยที่ไตอักเสบ เนื่องจากไม่ได้เกิดจากการทำงานผิดปกติของไตโดยตรง แต่เราจะสังเกตได้จากอาการที่บวมตามร่างกาย หน้าและขาจะบวมจนเห็นได้ชัด ปัสสาวะเป็นฟอง มีเลือดปน อาจมีแผลในปากร่วมด้วย
  • โรคไตวายเรื้อรัง เกิดจากภาวะไตวายเรื้อรัง เนื่องด้วยการที่ไตมีปัญหาเป็นระยะเวลานาน และไม่ได้รับการรักษา จนถึงขั้นสุดท้ายคือไตวายขั้นสุดท้าย
  • โรคไตวายเฉียบพลัน เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากหัวใจล้มเหลว เสียเลือดมาก ช็อก ทำให้สามารถเสียชีวิตได้ภายใน 2-3 วัน

โรคไต

โรคไต การป้องกันไม่ให้เป็นโรคไต เพระไตมีหน้าที่ขับของเสีย

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่า ภายในร่างกายของคนเรา หากการทำงานของไตผิดปกติ ก็จะทำให้กลไกของร่างกายอื่น ๆ ผิดปกติไปด้วย ดังนั้น เราควรมารู้วิธีป้องกันตนเอง และคนรอบตัวไม่ให้เป็นโรคไตกันดีกว่า ดังนี้ ควรงดอาหารรสจัดโดยเฉพาะ และอาหารที่มีรสเค็มจัด เพื่อไม่ให้ไตต้องทำงานหนัก และป้องกันโรคความดันโลหิตด้วย งดอาหารที่มีไขมันสูง ไม่สูบบุหรี่ ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เสมือนกับการช่วยละลายสารพิษที่ไต ต้องกรองออกจากร่างกาย สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ควรควบคุมน้ำตาล เพราะน้ำตาลคือแหล่งเพาะเชื้อที่ดี ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง ควรควบคุมความดันให้อยู่ในระดับที่ปกติ หากคุณหมอให้ทานยาเกี่ยวกับโรคความดัน ควรทานให้ครบและตรงเวลา ห้ามหยุดยาเอง หากพบว่ายาตัวใดที่มีผลกับไต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการหยุด หรือเปลี่ยนตัวยา ส่วนตัวยาที่ไม่จำเป็น ที่ทานเพราะความเคยชิน เช่น ยาแก้แพ้อากาศ ยาแก้ปวด ยาเหล่านี้ จะทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น

วิธีการรักษาผู้ป่วยโรคไตต้องทำยังไง

การรักษาผู้ป่วยโรคไตนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค รวมไปถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ของผู้ป่วยด้วย แต่โดยทั่วไปคุณหมอจะทำการรักษาดังนี้

  • ควบคุมความดันโลหิต ความดันโลหิตของผู้ป่วยควรอยู่ที่ 130/80 มิลลิเมตรปรอท หากความดันผิดปกติ ต้องให้ยาควบคุมคุมความดัน และลดน้ำหนักส่วนเกิน รวมทั้งจำกัดปริมาณเกลือในอาหาร เพื่อไม่ได้ไตต้องทำงานหนัก
  • รักษาโรคโลหิตจาง ผู้ป่วยโรคไต มักจะมีโรคโลหิตจางร่วมด้วย คุณหมอจึงต้องให้ยาที่สร้างฮอร์โมน EPO ซึ่งจะช่วยสร้างฮอร์โมน ของเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มธาตุเหล็ก เพื่อช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงด้วย เพราะการรักษาโรคไต หากเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ การรักษาจะไม่ได้ผล
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อย่างที่บอกว่าน้ำตาลเป็นแหล่งเพาะเชื้อที่ดี ผู้ป่วยโรคไตต้องทำการควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ด้วย ระดับน้ำตาลที่รับได้ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เกณฑ์ไม่ควรเกิน 7% การควบคุมระดับน้ำตาลได้ จะช่วยชะลอการโดนทำลายของไตได้
  • การควบคุมอาหาร ผู้ป่วยโรคไตไม่ควรทานโปรตีนมากเกินไป อาจต้องให้แพทย์ แนะนำการทานอาหาร หรือปรึกษานักโภชนาการ
  • การออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกาย กำจัดพลังงานส่วนเกินได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาคุณหมอก่อนว่า สามารถทำได้หรือไม่อย่างไร
  • ป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจ อย่างที่ทราบว่าโรคหัวใจ เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ คือเกี่ยวกับหลอดเลือดที่ส่งไปเลี้ยงหัวใจ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ คือปริมาณโครเลสเตอรอลในเส้นเลือด ดังนั้น การป้องกันในส่วนนี้หมายรวมถึง การป้องกันไม่ให้เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคโลหิตจางด้วย
  • ไม่รับประทานยาสมุนไพร คนไทยส่วนใหญ่มักชอบทานยาสมุนไพร ซึ่งจริง ๆ แล้วยาสมุนไพร จะทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น เพราะยาสมุนไพรมีสารตกค้าง ที่ทำให้ไตต้องทำการกรองเช่นเดียวกัน ทางที่ดีควรทานยาตามที่คุณหมอสั่ง และงดการทานสมุนไพรทุกอย่าง
  • หยุดสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอและแย่ลง
  • พบคุณหมอตามนัด หากสงสัยว่าจะเป็นโรคไต ควรพบคุณหมอเพื่อการวินิจฉัยโรค และหากพบว่าเป็นโรคไตแล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำคุณหมออย่างเคร่งครัด

อย่างที่กล่าวว่าไตเป็นอวัยวะที่สำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย เบื้องต้นหากยังไม่เป็น

โรคไต ควรดูแลและรักษาสุขภาพ โดยการทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารรสจัด โดยเฉพาะเค็มจัด และอาหารที่มีไขมันสูง  ถ้าหากมีอาการผิดปกติ เช่น ตัวบวม ปวดหลัง ก็ควรไปพบคุณหมอ เพื่อให้วินิจฉัยก่อนว่าเป็นโรคไตหรือไม่ เพราะถ้าหากว่าเป็นโรคไต เราจะได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ ทั้งเรื่องของการดูแลร่างกาย การทานยา การทานอาหาร เพราะถ้าหากไตเกิดปัญหา ก็จะทำให้กลไกของร่างกายทั้งระบบ เกิดปัญหาไปด้วย และหากไม่ได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดภาวะไตวาย และเสียชีวิตได้