โอมิครอน

โอมิครอน ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ติดเชื้อเร็ว แพร่กระจายได้ง่าย

โอมิครอน มารู้จัก โควิดสายพันธุ์ใหม่ที่ต้องระวัง และควรให้ความสนใจ

โอมิครอน หรือ โอไมครอน (Omicon) ชื่อนี้ใครเป็นคนตั้ง องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นผู้ตั้งชื่อ แล้วมีความหมายอย่างไร ก่อนอื่นต้องย้อนไป ที่สายพันธุ์ไวรัสก่อนหน้านี้ก่อน ว่าทำไมถึงใช้ชื่อว่า เดลตา หรือ เบตา คำตอบนั้นก็คือ เขาตั้งชื่อตาม “อักษรกรีกโบราณ” เรียงลำดับลงมาเรื่อย ๆ ซึ่งอักษรกรีกมีใช้มาตั้งแต่ 800 ปี ก่อนคริสตกาล แตกต่างกันไปตามท้องถิ่นต่าง ๆ แต่ในที่สุดก็พัฒนามาเป็นมาตรฐาน ที่ใช้จนถึงปัจจุบัน มี 24 อักษร เริ่มตั้งแต่ “อัลฟา” จนถึง “โอเมก้า”

อักษรที่คุ้นหน่อยก็คงจะ 4 ตัวแรก ครับ คือ อัลฟา เบตา แกมมา เดลตา ซึ่งถูกนำมาเรียกเป็นชื่อสายพันธุ์ที่ “น่ากังวล” (Variants of Concerns) หมดแล้ว คือ อัลฟา พบครั้งแรกในอังกฤษ ส่วน เบตา แกมมา และ เดลตา พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ บราซิล และ อินเดีย ตามลำดับ ถ้าข้ามลำดับอักษรกรีกต้น ๆ ไปไกลสักหน่อย ก็มีที่เราคุ้น ๆ อยู่เหมือนกันนะครับ เช่น ตัวที่ 18 อ่านว่า “ซิกม่า” หรือ ตัวสุดท้าย โอเมก้า นั่นเอง

WHO มีนโยบายว่า “จะต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อความรู้สึกของบุคคลในวัฒนธรรม สังคม เชื้อชาติ ภูมิภาค วิชาชีพ หรือ ชาติพันธุ์ใดๆ” ที่ WHO นำอักษรกรีกมาใช้ในการตั้งชื่อ ตั้งแต่ครั้งแรก ก็เพราะเหตุผลเดียวกันนี้แหละครับ คือถ้าตั้งชื่อเป็น ภาษาวิทยาศาสตร์ คนทั่วไปก็เรียกยาก แล้วจะเลี่ยงไปเรียก สถานที่ที่พบเชื้อครั้งแรก หรือประเทศที่พบครั้งแรก ก็จะกลายเป็นกระทบความรู้สึกประเทศนั้นๆได้ (ผมว่า WHO หมายถึง “อู่ฮั่น” นั่นแหละค่ะ)

ชื่อของสายพันธุ์ใหม่นี้ แท้จริงแล้วอ่านออกเสียงว่าอย่างไร

ตกลงมันออกเสียงว่า “โอไมครอน” หรือ “โอมิครอน” กันแน่ ค้นคว้ามาหลายแหล่งมาก สรุปว่าขนาดนักภาษาศาสตร์ ก็ยังถกเถียงกันไม่จบเลยค่ะว่า เจ้า “Omicron” ในกรีกโบราณตัวนี้ ออกเสียงว่าอย่างไรกันแน่ อาจารย์จาก Oxford บอกว่าไม่มีข้อสรุปหรอก เพราะไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าสมัยโบราณเขาออกเสียงว่าอย่างไร ส่วนอาจารย์ที่สอนวิชากรีกโบราณ จาก Yale บอกว่าต้องออกเสียงว่า “อ้อ มี๊ครอน”

บางคนก็ออกเสียงว่า “โอ้ ไม๊ ครอน” ซึ่งผมว่ามันชักจะไปกันใหญ่นะครับ การออกเสียงเจ้าตัวนี้ จึงเป็นประเด็นถกเถียงกันระดับโลก มานาน 2 สัปดาห์แล้ว วันนี้ผมจะต้องหาคำตอบให้คุณให้ได้ ไม่งั้นหงุดหงิดค่ะ

เมื่ออาจารย์ทางภาษากรีกโบราณ ที่เป็นอเมริกันและอังกฤษ ก็ยังออกเสียงแตกต่างกัน แล้วใครจะตอบได้ล่ะค่ะ…. ว่าต้องคนนี้เลยค่ะ เขาคือ ประธานและซีอีโอ ของบริษัท Pfizer และยังเป็น คนกรีซ เกิดที่กรีซ เรียนที่กรีซ อีกด้วย ไม่เชื่อคนนี้แล้วจะเชื่อใครเล่า เขาเรียกสายพันธุ์นี้ว่า “อ๊อ หมิ ครอน”

ท่องไว้นะค่ะ หัดออกเสียงดัง ๆ สัก 5-6 ครั้งก็ได้ แต่อย่าเอาไปพูดในรายการโทรทัศน์ หรือวิทยุด้วยสำเนียงแบบนี้นะ ถูกถล่มแน่ พูดสำเนียงไทยๆ หน่อยก็ได้ไปคิดวิธีเอาเองก็แล้วกัน ถ้าพูดไม่ได้จริง ๆ จะเรียกมันว่าอะไรก็ได้ ที่ออกเสียงง่าย ๆ หน่อย จริงๆ แล้วมันก็ตัวเดียวกันแหละ อย่าไปติดมันเข้าก็แล้วกัน!

โอมิครอน สายพันธุ์โอมิครอน ณ ปัจจุบัน

เชื้อโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นสายพันธุ์ระดับที่น่ากังวล (Variants of Concern: VOC) สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด โควิดสายพันธุ์ ​B.1.1.529 หรือ โอไมครอน Omicron ถูกรายงานว่าพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ ปัจจุบันพบว่ามีการระบาดแล้วกว่า 57 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ธ.ค. 2021)

เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่เป็นตัวก่อโรคโควิด-19 พบเชื้อกลายพันธุ์ โควิดสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) มีตำแหน่งการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 ตำแหน่ง โดยมีหลักฐานบ่งชี้ว่าอาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะทำให้เกิดการกลับมาติดเชื้อซ้ำได้ นอกจากนี้ยังพบการกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ (Receptor-binding Domain)

ซึ่งไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ของคนเรามากกว่า 10 ตำแหน่ง ในขณะที่เชื้อโควิดกลายพันธุ์อย่างสายพันธุ์เดลตา (Delta) มีการกลายพันธุ์ในส่วนนี้เพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งจะทำให้อาจหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นภูมิจากวัคซีนแล้วก็ตาม

โดยพบว่าผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน จมูกยังสามารถได้กลิ่น ลิ้นรับรสได้ดี ไม่ค่อยมีไข้ แต่พบว่ามีอาการ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปอดอักเสบ (ซึ่งอาการคล้ายกับ สายพันธุ์เดลต้า ) ปัจจุบันข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะสามารถสรุปได้ว่าอาการจะรุนแรงกว่าหรือไม่?

อย่างไรก็ตามเราควรเฝ้าจับตามอง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุและผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนซึ่งอาจมีผลกระทบจากเชื้อโควิดสายพันธุ์ โอมิครอน นี้และสำหรับใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด ควรได้รับวัคซีนให้ครบโดส เพื่อลดความรุนแรงของอาการจากการติดเชื้อ

สถิติล่าสุด โอมิครอนในเมืองไทย

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ) ประธานคณะกรรมการ MIU กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์ การระบาดของเชื้อโควิด 19

สายพันธุ์ โอมิครอน ในประเทศไทย ว่า จากข้อมูลทางสถิติล่าสุด 13 มกราคม ที่ผ่านมา สิ่งที่น่ากังวลคือ เชื้อสายพันธุ์นี้ แพร่เร็วมาก พบว่า ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ โอมิครอน ที่ป้องกันตนเองไม่ดี 10 คน จะติดเชื้อ 9-10 คน

นับว่าเป็นอัตราการติดเชื้อที่สูงกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ ในส่วนของความรุนแรงของโรค พบว่าน้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้มาก ทั้งเดลต้า และอัลฟ่า จากการติดเชื้อ 1,000 คน

จะพบ ผู้ป่วยที่มีความเป็นในการรักษาที่โรงพยาบาล 10-15 คน หรือ 1-1.5% จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด ป่วยหนัก 2-3 คน หรือ 0.2-0.3% จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด และเสียชีวิต 1 คน หรือ 0.1% จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ และมีอาการเล็กน้อยคล้ายไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ สำหรับ มาตรการป้องกันตนเอง อาทิ ใส่หน้ากาก เว้นระยะห่างยังช่วยป้องกันโรคได้ เช่นเดียวกับ วัคซีนป้องกันโควิด 19 ยังมีประสิทธิภาพ ป้องกันป่วยหนัก

และเสียชีวิตอย่างน่าพอใจ ข้อพึงระวังคือ แม้ ความรุนแรงของโรค จากข้อมูล จะอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ไม่ควรประมาท เพราะเชื้อสายพันธุ์นี้ ติดง่าย แพร่ง่าย กรณีถ้ามีคนติดเชื้อพร้อมกันมากๆ เข้า ก็ย่อมจะมีผู้ป่วยหนัก เป็นจำนวนมากตามมา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพองค์รวมได้ และดูเหมือนจะมีสายพันธุ์ เดลตาครอน ผุดขึ้นมาอีก ติดตามรายงานข่าวต่อไป

 

อ่านต่อ>>สูตร สมุนไพรบำรุงปอด

วิธีแทงบอลให้ได้เงิน