โรคไข้เลือดออก โรคที่มีการแพร่ระบาดมากกว่า 100 ประเทศ

โรคไข้เลือดออก โรคที่ติดเชื้อจากสัตว์ตัวเล็กแต่เป็นตัวแพร่เชื้ออย่างดี

โรคไข้เลือดออก โรคที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน มีสัตว์ต้นกำเนิดมาจาก ยุงลายที่เป็นต้นเชื้อ ที่นำโรคมาให้เรา เป็นปัญหาและระบาดอย่างมาก ในหลายๆประเทศ ได้รับผลกระทบอย่างมาก การแพร่กระจายของตัวโรคชนิดนี้ เป็นการแพร่ที่สามารถขยาย ออกไปได้อย่างไม่มีจำกัด เป็นโรคที่ประจำอยู่ตามถิ่นต่างๆ มีการกำจัดแล้ว แต่การแพร่ขยายที่ไว จึงไม่สามารถจัดการหมดได้

เป็นโรคที่เป็นตัวปัญหาของโลก มีประชากรมากกว่า 50% ของโลกที่ได้รับ ผลกระทบจากเชื้อโรคชนิดนี้ เราจะพบผู้ป่วยส่วนมาก ในแถบประเทศที่มี ภูมิประเทศร้อนและอบอุ่นเป็นหลัก ต้นกำเนิดของเชื้อโรคนี้ เกิดจากการแพร่เชื้อไวรัสแดง เป็นการนำโรคเหมือนการผสม ของยุงที่ไปดูดเลือดจากสิ่งมีชีวิตต่างๆ แพร่เป็นไวรัสที่สามารถ ถ่ายทอดให้คนอื่นได้ๆ ในการแพร่ติดต่อกัน ตัวของยุงลาย ควบคุมโรคไข้เลือดออก

จะมีการรวมกันเป็นฝูง ตัวเมียจะมีหน้ามีดูดเลือด ของคนหรือสัตว์ต่างๆ ที่เป็นไข้หรือไม่เป็น ไวรัสที่มากับเลือดของผู้ป่วย จะถูกกักเก็บไว้ในกระเพาะยุง และตัวของยุงยิ่งดูดเลือดเยอะเท่าไหร่ จำนวนไวรัสก็จะ แพร่ขยายกว้างขึ้น ทำไว้ไวรัสที่ดูดมานั้น มีจำนวนมากยิ่งขึ้นไปอีก และไวรัสก็จะเดินทางเข้าไปยัง ต่อมน้ำลายของยุ่ง และไวรัสที่สะสมไว้นั้น จะถูกถ่ายให้กับคนหรือสัตว์ ที่ถูกกันต่อไป เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

จนเป็นตัวแพร่ขยายอย่างดี สำหรับตัวของยุงลาย จะมีภูมิต้านทานไวรัสชนิดนี้อยู่นั้นเอง ถึงไม่แปลกที่ตัวมัน จะมีชีวิตที่ยืนยาว สำหรับคนที่โดนไวรัสแล้วนั้น จะมีระยะที่บ่งบอกว่า เรานั้นอาจจะเป็น ไข้เลือกออกอยู่ ในระยะแรกนั้นที่เราโดนกัด ไวรัสจะเพิ่มจำนวนขึ้น ในช่วงประมาณ 8 ถึง 10 วัน และในระยะต่อไปนั้น เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ตัวคน ในช่วงประมาณ 3 ถึง 14วัน แต่ตามปกติแล้วนั้น จะมีระยะถ่ายเลือกช่วงประมาณ 5-8 วัน 

 

โรคไข้เลือดออก อาการที่จะแสดงให้เรารู้ว่า เรานั้นได้เป็นโรคนี้แล้ว

หลังจากตัวคุรได้รับเชื่อยุง ในช่วงของ 5-8วัน ผู้ที่เป็นโรคนี้นั้น จะมีอาการรุนแรงแตกต่างกันออกไป เพราะในตัวของเรานั้น ภูมิต้านทานแต่ละคน มีความแตกต่างกันอย่างมาก และอาการที่เจอ และสำรวจมานั้น คนที่มีอาการร้ายแรงที่สุด จะเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต ในเวลาต่อมานั้นเอง สำหรับผู้ป่วนที่เป็นนั้น จะมีอาการออกไป 3 แบบ นั้นคือ Undifferentiated fever (UF) หรือกลุ่มอาการไวรัส ไข้เดงกี (Dengue fever ชื่อย่อ DF) ไข้เลือดออกเดงกี (Dengue hemorrhagic fever ชื่อทางการ DHF) เรามาดูกันว่า ไข้เลือดออก ระยะ

อาการของไข้เลือกออกเดงกี มีอาการอย่างไร อาการสำคัญของตัวไวรัสนี้เลยคือ เริ่มมีไข้สูงกว่าปกติมากกว่า 2-7วัน มีอาการเลือดออกตามผิวหนัง รูปลักษณะที่สังเกตุณ์เลยคือ จะเป็นจุดๆจ้ำเลือดสีแดงนั้นเอง มีการรุนแรงต่อมาคือ มีอาการตับโต กดไปที่หน้าอกจะเจ็บ มีอาการเลือดไหลเวียนช้า และสภาวะต่อมาต่อช็อกนั้นเอง เป็นโรคที่น่ากลัวอย่างมาก  ในระยะของการเป็นไข้นั้น จะมีอุณหภูมิสูงมากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส

และบางคนอาการจะรุนแรงจนถึงขั้นชักไปเลย ผู้ป่วยตามใบหน้าจะแดงกล่ำ จะไม่มีน้ำมูกไหลหรือไอแต่อย่างใด มีอาการอาเจียนเบื่ออาหาร จุดเลือดจะกระจัดกระจาย ออกตามร่างกายของเรา และจะมีขั้นวิกฤตมากกว่า สำหรับระยะนี้ จะเป็น 1 ใน 3 ส่วนเท่านั้น ที่จะมีอาการรุนแรอย่างมาก จนถึงขั้นเสียชีวิตเลย สำหรับระยะจะเกิดความชัดเจน ในช่วง 3 วันเท่านั้น สำหรับระยะนี้ การป้องกันโรคไข้เลือดออก

อาการยิ่งรุ่นแรงเท่าไหร่ หากผ่านไปแล้ว 7 วัน อาการผู้ป่วยจะแย่มากขึ้น จนทำให้เสียชีวิตใน 12-24ชั่วโมง เป็นระยะที่อันตรายอย่างมาก และระยะสุดท้ายจะเป็น การฟื้นของตัวคนไข้ สำหรับคนที่ฟื้นตัวนั้น หากร่ากายปรับได้แล้วนั้น การพื้นตัวจะมีผลรวดเร็วอย่างมาก ระยะที่ดีขึ้นนั้น จะอยู่ในช่วง 2ถึง3วันเท่านั้น อาการจะดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด เดิมพันฟรีเครดิต

 

โรคไข้เลือดออก

การป้องกันสำหรับผู้ปวยที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี สามารถทำได้โดยวิธีดังนี้

ในปัจจุบันที่เราเห็นกันนั้น ยังไม่มีโรคที่สามารถ รักษาเชื้อไวรัสเดงกีให้หายขาด ในปัจจุบันเป็นการ ประคับประคองออาการเท่านั้น เพื่อให้บรรเทา มีการวิจัยมากมาย เพื่อหาช่องทางการรักษา ที่สามารถหายขาดได้จริงๆ แพทย์ที่รักษาโรคดังกล่าว ต้องีความเข้าใจของโรคอย่างถูกต้อง และต้องดูแลอาการผู้ช่วย อย่าให้คาดสายตา จะต้องดูแลผู้ป่วย ตลอดระยะเวลาที่เป็นโรค เรามาดูกันป้องกันอย่างถูกวิธีนั้น ทำได้อย่างไรบ้าง โรคไข้เลือดออก 2563

  1. ในระยะไข้ขึ้นสูง : บางคนมีอาการชัก ถ้าเกิดมีอาการไข้สูงมากว่า สิ่งแรกที่จะบรรเทาได้คือ กินยาลดไข้ เพื่อไม่ให้เกิดอาการชักได้ ลดไข้ให้ได้มากที่สุด ยาที่ควรใช้และไม่ควรคือ ควรใช้ยาพาราเซตามอล ไม่ควรให้รับประทานยา แอสไพริน ibrupophen steroid เพราะจะทำให้เลือดของผู้ป่วย เสียการทำงานไปโดยเปล่าประโยชน์ และที่แย่กว่านั้น อาจทำให้กระเพาะ เกิดเลือดออกง่ายๆ
  2. ให้ผู้ป่วยนั้นกินน้ำเกลือ เพราะตัวของผู้ป่วยนั้น จะมีอาการเบื่ออาหาร อาเจียนออกมาอย่างมาก จะทำให้ร่างกายขาดโซเดียมอย่างมาก เราควรหาจำพวกเครื่องดื่ม น้ำผลไม้หรือน้ำตาลเกลือแร่นั้นเอง เพราะจะช่วยเสริมถึงอาการ ของผู้ป่วย จะเสริมโซเดียมให้ร่างกายได้ดี
  3. ติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รู้ถึงอาการว่า เป็นระยะอย่างไร หาเกิดอาการที่แย่ เราก็จะสามารถแจ้งผู้แพทย์ได้ทันทีนั้นเอง
  4. สังเกตุการเปลี่ยนแปลง ของเกล็ดเลือดของผู้ป่วย สังเกตุเป็นระยะของการเปลี่ยนแปลง ปริมาณของเกล็ดเลือด เริ่มลดลงหรือสูงขึ้น หากละเลยการสังเกตุนั้น ผู้ป่วยอาจเกิดอาการช็อกได้ เป็นการยังเกตุการเปลี่ยนแปลงนั้นเอง

โรคไข้เลือดออก

 

วิธีการป้องกันไม่ให้ยุงกัด เราสามารถทำได้ง่ายที่บ้านดังนี้

  1. สำหรับขั้นแรกเลย นอนในมุ้ง สังเกตุว่ามุ้งที่เรานอนนั้น มีรูที่สามารถให้ยุ่งเข้ามาได้หรือเปล่า
  2. สวมเครื่องแบบที่มิดชิด ควรสวมเสื้อเช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเป็นหลัก
  3. ใช้สิ่งที่เป็นอันตรายต่อยุง ซึ่งสิ่งพวกนี้มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ครีมกันยุง ไบก้อนจำกัดยุง ธุปไล่ยุง หรือสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุน เพื่อไม่ให้เรานั้น โดยยุ่งกันนั้นเอง ครีมกันยุงสามารถหาชื้อได้ ทางเซเว่นหรือร้าน สรรพสินค้าทั่วไป ทาตัวก่อนนอนทุกครั้ง ไบก้อนก็สามารถหาชื้อได้เช่นกัน แต่สมุนไพรนั้นจะแบ่งออกเป็น พวกข่า ตะไคร้เป็นต้น หรือเปลือกต้นก็ได้ มัรจะช่วยลดปริมาณของยุง ได้อย่างมากนั้นเอง
  4. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ไม่ว่าจะเป็น อ่างอาบน้ำ น้ำขังตามบ่อนน้ำหรือภาชนะต่างๆ เราสามารถช่วยได้คือ นำน้ำนั้นไปเท่านั้นเอง
  5. ปิดการเข้าถึงของยุง ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ ประตูห้อง ควรเช็คว่าเรานั้น เปิดไว้หรือเปล่า หาเปิดไว้ หรือมีภาชนะที่เป็นน้ำ ที่สามารถให้ยุงนั้น สามารถเข้าไปฟักไข่ได้ ให้รีบหาภาชนะที่มิดชิด มาปิดเพื่อไม่ให้ ตัวของยุงนั้น สามารถเข้ามาอยู่กันได้นั้นเอง
  6. เปลี่ยนน้ำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำในอ่างอาบน้ำ น้ำที่ไว้รดน้ำ หรือน้ำสำหรับเลือกปลาต่างๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะการที่เราเปลี่ยนน้ำประจำ จะทำให้ตัวของยุงที่มาฟักไข่ จะสามารถมาฟักไข่ได้ เพราะตอนเราเปลี่ยนน้ำ อุณหภูมิของน้ำจะเปลี่ยนไป ทำให้ไข่นั้นเกิดตายได้นั้นเอง
  7. ในทุกๆเดือนของพื้นที่ต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ ที่คอยมาตรวจตรา จึงความเป็นอยู่ และการดูแลภาชนะต่างๆ ของลูกบ้าน ทางของเจ้าหน้าที จะมีทรายมาให้ เราสามารถนำทรายที่เจ้าหน้าที่ให้นั้น นำมาโรยน้ำแอ่งน้ำขังต่างๆ เพื่อลดประมาณของยุงได้นั้นเอง ควรใส่ในทุกพื้นที่ของบ้านเลย จะช่วยได้อย่างมาก
  8. เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ และสามารถเป็นที่รองรับน้ำได้ ให้เก็บไว้อย่างมิดชิด โรคไข้เลือดออก ติดต่อไหม