โรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น แก้ปัญหาสมาธิสั้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้

โรคสมาธิสั้น โทรศัพท์มือถือทำให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นจริงหรือ ? 

โรคสมาธิสั้น เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ในชีวิตประจำวันมากขึ้น บางครั้งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือปฏิเสธการใช้งานได้ เพราะเด็กในยุคปัจจุบันเขาเติบโตมาพร้อมกับสิ่งเหล่านี้ ทำให้คุณพ่อ คุณแม่ เกิดความกังวลว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีจะมีส่วนทำ ให้เด็กเกิดอาการสมาธิสั้นหรือไม่ หลายครอบครัวมี ความวิตกกังวลในเรื่องนี้มาก จึงมีข้อมูลในเรื่องนี้มา บอกกล่าวเพื่อคุณพ่อ คุณแม่ จะช่วยกันดูแลเด็ก ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความลุ่มหลง และนำไปสู่ความผิดปกติของร่างกายได้ 

หลายคนสงสัยว่า สมาธิสั้นคืออะไร ?

สมาธิสั้น คือ โรคขาดสมาธิในการจดจ่อตั้งใจ ทำสิ่งใดให้สำเร็จ ขี้ลืม ไม่ใส่ใจคำสั่ง อยู่ไม่นิ่ง ไม่ชอบอยู่กับที่ ไม่อดทน หุนหันพลันแล่น อาจเริ่มมีอาการตั้งแต่ช่วงอายุ 3-6 ปี โดยอาการจะแสดงออกอย่างชัดเจน และแพทย์จะวินิจฉัยได้ในช่วงอายุ 6-12 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ต้อง เริ่มเข้าโรงเรียน ต้องทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เริ่มสื่อสารและเข้าสังคม โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่

จากข้อมูลด้านสถิติของประเทศไทย จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-5 จำนวนกว่า 7,800 คน ในปี 2555 พบว่าความชุกซน ของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นอยู่ที่ 8.1% โดยพบมากที่สุดในเด็ก ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงในอัตราส่วน 3:1

แบบไหนที่เรียกว่าเข้าข่าย โรคสมาธิสั้น

สังเกตจากใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น การทำกิจกรรมร่วมกับ ครอบครัวไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นอะไรก็ตาม เด็กจะทำสิ่งนั้นได้ ไม่นานอย่างมากไม่เกิน 10 นาที จะรู้สึกเบื่อไม่อยากทำ และต่อต้านทันที จะหันไปทำอย่างอื่นแทน เช่น หันไปเล่นเกมแทน แต่ก็เล่นได้ไม่นานอีก หรือ อ่านหนังสืออยู่ดี ๆ ยังอ่านไม่หมดหน้าเลย รีบเปลี่ยนไปอีกหน้าแล้ว  บางทีก็พบว่าถ้านั่งนิ่งอยู่กับที่นาน ๆ ไม่ได้ อยากจะลุกขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เหมือนกับว่าไม่ชอบการรอคอยอะไรนาน ๆ โรคสมาธิสั้น รักษาหายไหม

หากเด็กเข้าโรงเรียนแล้ว อาจจะมีเสียงสะท้อน จากคุณครูมาบอกว่า น้องนั่งไม่นิ่งเลยค่ะคุณแม่ ทำอะไรได้ไม่นาน คุณครูต้องพูดซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบในเรื่องเดียวกัน ไม่ยอมฟังตามคำสั่งคุณครู ชอบนั่งเหม่อลอยตลอดเวลาและดื้อมาก น้องจะสนใจแต่สิ่งที่ตนเอง

ต้องการขณะนั้น ซึ่งผลที่ตามมาจะเรียนไม่ทันเพื่อนในวัยเดียวกัน เมื่อคุณแม่ได้ยินคุณครูบอกเล่าขนาดนี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ บวกกับการสังเกตจากคุณแม่เอง ว่าลูกเราเข้าข่ายสมาธิสั้นหรือไม่ หรือแค่เป็นการดื้อซุกซนตามวัยของเด็กเท่านั้น

ถ้าพฤติกรรมเข้าข่ายสมาธิสั้น คุณพ่อ คุณแม่ อย่านิ่งนอนใจต้องรีบปรึกษาแพทย์และหาทางแก้ไข เพราะถ้าหากนานเกินไปจะเป็นผลเสียกับเด็กต่อไปในอนาคตกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม

หากไม่ได้มีอาการตามเกณฑ์วินิจฉัยของ โรคสมาธิสั้น รักษาที่ไหน แสดงว่าเด็กไม่ได้เป็นโรคสมาธิสั้น อาการจะดีขึ้นหรือหายไปเมื่อโตขึ้นหรือเมื่อเวลาผ่านไป  ในขณะที่อาการของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะยังคงอยู่ต่อไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ และเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างเหมาะสม

ยังมีข้อมูลอ้างอิงผลการวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาและวิจัยกับเด็กอายุ 9- 10 ขวบ ในระยะ 10 ปี จากเด็ก 11,000 คน และมีผลจากการเอ็กซเรย์ของเด็ก จำนวน 4,500 คน พบว่า เด็กที่เล่นโทรศัพท์เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ประสิทธิภาพความจำลดลง หรือ เรียกว่าไอคิวต่ำกว่าเด็กที่ไม่เล่นโทรศัพท์ ทางการแพทย์ให้นิยามว่า สมองบางลงนั่นเอง เพราะเปลือกสมองมีหน้าที่สำคัญคือ เกี่ยวกับเรื่องความทรงจำ ความคิด ภาษา และการรับความรู้สึก ตามปกติสมองส่วนนี้จะเริ่มบางลงเมื่อคนเราแก่ชราลง 

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมจากสถาบันเดียวกันนี้อีกว่า เด็กที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอเกินวันละ 2 ชั่วโมง มีผลกับการทำคะแนนทดสอบด้านภาษาและการใช้เหตุผลต่ำด้วย โดย ดร.กายา ดาว์ลิง หนึ่งในแพทย์ที่ร่วมวิจัยบอกว่า เขาไม่ทราบว่าระยะเวลาที่อยู่หน้าจอคือสาเหตุ แต่สิ่งที่เขาบอกได้คือ สมองมีลักษณะแบบนี้ในกลุ่มเด็กที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอนาน ๆ และยังไม่ทราบถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเด็กเติบโตขึ้นในอนาคตด้วย

โรคสมาธิสั้น

การป้องกันการเกิดโรคสมาธิสั้นโดยการลดความเสี่ยง

นอกเหนือจากโทรศัพท์ที่ส่งผล ให้เด็กสมาธิสั้นแล้ว โรคสมาธิสั้น pantip ยังมีเว็บไซต์พบแพทย์ กล่าวไว้ว่า สาเหตุของการเกิดโรคสมาธิสั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัด การป้องกันการเกิดโรคสมาธิสั้น จึงทำได้โดยการลดความเสี่ยง ของปัจจัยด้านต่าง ๆ ตั้งแต่เด็กยังอยู่ในครรภ์ ได้แก่ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา และไม่ใช้สารเสพติด ในขณะตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี หรือการอยู่ในบริเวณที่มีมลพิษ และสารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น ตะกั่ว ทั้งในขณะที่ตั้งครรภ์ ตลอดจนช่วงระยะที่เด็กเกิดและเติบโต

หากผู้ปกครองไม่มั่นใจว่า ลูกของท่านเข้าข่ายสมาธิสั้นหรือไม่ ต้องให้แพทย์เฉพาะทางวินิจฉัย เพราะต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ด้วยอายุและพฤติกรรมขณะนั้นด้วย ในปัจจุบันทางการแพทย์ มีวิธีรักษาแตกต่างกันไป ซึ่งการรักษานั้นมีทั้งใช้ยา

เพื่อผ่อนคลาย ลดอาการอารมณ์ไม่นิ่ง และแนวทางการรักษาอีกวิธีหนึ่งคือ การบำบัด ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นำไปสู่สุขภาพจิตที่ดี และทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ต่อสุขภาพและเสริมสร้างสมดุล ของสารเคมีภายในร่างกาย ดังนั้นผู้ปกครองควรทำ ตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด 

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญที่จะปลูกฝัง ตั้งแต่วัยเยาว์ การเอาใจใส่ เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดู หลายคนทำได้ หลายคนทำไม่ได้ สำหรับคนที่ทำได้เขาแบ่งเวลา ให้เด็กเล่นโทรศัพท์ เป็นบางเวลา อาจจะกำหนดเวลาให้เขาเล่น

ทั้งนี้ควรจะอยู่ในสายตา หรือถ้าเป็นเด็กเล็กเกินไป ควรจะจำกัดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสม ที่อาจจะก่อให้เกิด พฤติกรรมก้าวร้าวตามมา แล้วหากิจกรรมอื่นให้ทำแทน เช่น ออกไปท่องเที่ยว เล่นกีฬา ทำกิจกรรมกับครอบครัวปลูกต้นไม้ ทำอาหาร เล่นดนตรี หรือหาของเล่นที่จะ สามารถเสริมสร้างพัฒนาการ ของเด็กในด้านต่าง ๆ ได้ ค่อย ๆ เรียนรู้ไป ด้วยความเพลิดเพลิน จิตใจ ของเด็กจะกลับมาเป็นปกติ และมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

สามารถเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กในด้านต่าง ๆ ได้

อีกทั้งยังมีจินตนาการที่พรั่งพรู จะออกมาจากเด็กโดยที่เรา ไม่คาดคิดมาก่อน แบบทดสอบสมาธิสั้น ความสามารถของเด็ก แต่ละคนไม่มีขีดจำกัด ถ้าให้โอกาสเขาพัฒนาไปเรื่อย ๆ แล้วผู้ปกครอง จะพบความอัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นกับเด็กโดยที่ ไม่ต้องพึ่งพาโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป และผู้ปกครองเองต้องพร้อม ที่จะเป็นตัวอย่างที่ดี ให้กับเด็กได้เห็น เพื่อการปลูกฝังแต่สิ่งดีงาม

เนื่องจากในโลกโซเชียล มีทั้งดีและไม่ดี ยิ่งต้องให้คำแนะนำ อย่างใกล้ชิดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดระบบ ระเบียบชีวิตเขาอย่างไร ในเมื่อเด็กติดโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วจะหาทางออกอย่างไร ครอบครัวมีส่วนช่วย ในการรักษาได้อีกทางหนึ่ง คือการเติมเต็มความรัก และความเข้าใจ การอบรมเลี้ยงดู ที่จะสามารถให้อาการดีขึ้นหรือหายไปในที่สุด

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลหลาย ๆ แห่งมาประมวลดู โรคสมาธิสั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แม้ว่าเด็กบางคน อาจมีพฤติกรรมน่า สงสัยที่เข้าข่าย แต่อาจเป็นเพียงพัฒนาการตามช่วงวัยเท่านั้น ตามที่เว็บไซต์พบแพทย์ ได้ให้ข้อมูลไว้ และโทรศัพท์มือถือทำ

ให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นจริงหรือไม่ จากข้อมูลที่นำมาฝาก ผลจากการวิจัย ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ของสหรัฐอเมริกา พอจะสรุปได้ว่าโทรศัพท์มือถือ ถ้าเล่นนานเกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน ย่อมส่งผลถึง สมองเด็กในอนาคตแน่นอน

ดังนั้นผู้ปกครองเมื่ออ่านข้อมูลนี้แล้ว ไม่ควรประมาท ถึงแม้ว่าผลงานวิจัย จะไม่ได้ชี้ชัดสาเหตุของ โรคสมาธิสั้นนั้นจะเกิดจาก โทรศัพท์มือก็ตาม แต่หากในอนาคตมี ผลงานวิจัยเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโรคนี้ และสามารถระบุอย่างชัดเจน จะนำมาเสนอต่อไป เพื่อเป็นแนวทางป้องกัน โรคสมาธิสั้นไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็ก และบุตรหลานของท่าน เพราะจะส่งผลถึงการดำรงชีวิต ในวันข้างหน้าและ เป็นอุปสรรคต่อสังคมและส่วนรวม ความดัน เบาหวาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม>>>>วิธีแทงบอลให้ได้เงิน