โรคปลายประสาทอักเสบ

โรคปลายประสาทอักเสบ ภาวะปลายประสาทอักเสบ เป็นความเสียหายของเส้นประสาทที่เกิดปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงโรค

โรคปลายประสาทอักเสบ ภัยแฝงที่มาไว รบกวนการใช้ชีวิตแบบไม่รู้ตัว

โรคปลายประสาทอักเสบ เป็นอาการของหนึ่งในโรคที่รบกวนการใช้ชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก และเป็นโรคที่ค่อนข้างใกล้ตัว หลายๆคนมีโอกาสเกิดภาวะปลายประสาทอักเสบนี้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเพศไหนวัยใด สามารถเป็นได้ทั้งหมด แต่สำหรับโอกาสเกิดสูงมักจะเริ่มเป็นตั้งแต่ วัยที่มีอายุตั้งแต่ 25 เป็นต้นไปในยุคปัจจุบันนี้ และยิ่งเข้าสู่วัยอายุ 30 ปีขึ้นไป ก็มีโอกาสเป็น ภาวะปลายประสาทอักเสบ สูงขึ้นกว่าเดิม

ยิ่งคนที่ทำงานหนักหักโหมบ่อยก็มักจะพบโรคนี้ได้ง่าย แต่ก็ถือว่าเป็นโรคที่สามารถตรวจสอบอาการได้เองและสามารถรักษาได้ ในส่วนของอาการโรคเกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบนี้ เป็นการที่ เส้นประสาทหลัก ได้รับความเสียหาย ทั้งจากการทำงานหรือจากสารพิษอาการที่ภูมิคุ้มกันร่างกายน้อยมากเกินไป

ปลายประสาทอักเสบอันตรายไหม และจะเป็นเส้นประสาทที่อยู่นอก สมองกับไขสันหลัง ทำให้มีโอกาสบาดเจ็บหนักจนถึงขั้นติดเชื้อ หากมีอาการแล้วไม่รักษาอย่างถูกวิธี ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมักจะมีอาการนี้ค่อนข้างบ่อย มีโอกาสเกิดภาวะปลายประสาทอักเสบสูงมากกว่ากลุ่มอื่น

อาการของโรคนี้จะเป็นอาการอ่อนแรงและ รู้สึกชาที่นิ้วมือ และช่วงเท้า อาการอ่อนแรงบริเวณเท้า จนทำให้เสียการทรงตัวไม่สามารถเดินได้ตามปกติ อาจมีการเดินเซควบคุมแรงไม่ได้เหมือนปกติ อีกทั้งบางรายมีอาการร่วมกับสุขภาพอื่นๆ เช่น อาการท้องผูก อาการท้องเสีย อาการอาหารไม่ย่อย ไม่รับวิตามินใดๆเข้าสู่ร่างกาย เริ่มมีอาการชาเหน็บหรือรู้สึกเสียวที่เท้าหรือมือ

ระบบความดันโลหิตต่ำมากสามารถพบร่วมได้ด้วยเช่นกัน ส่วนผู้ที่ควรระวังเป็นพิเศษคือวัยตั้งแต่ 30 ปี ต้องเริ่มระวังมากขึ้นรักษาสุขภาพให้เยอะที่สุด และผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานกับทุกโรคทุกอาการ ที่เป็นเรื่องของภูมิคุ้มกันร่างกายตก มีโอกาสแทรกอาการปลายประสาทอักเสบได้สูงมาก

ความรู้สึกของผู้ป่วย โรคปลายประสาทอักเสบ โรคที่เกิดได้ง่าย และใกล้ตัวกว่าที่คิด

อาการและความรู้สึกของผู้ป่วยที่มีอาการของ โรคปลายประสาทอักเสบ นั้น อาการหลักจะเป็น เหน็บชา และความรู้สึกที่น้อยลงรวมถึงการทรงตัว และช่วงเท้าอ่อนแรง อย่างมาก ทั้งนี้ถึงแม้ว่าอาการปลายประสาทอักเสบจะเป็นเรื่องของเหน็บชา แต่ก็มีความรู้สึกเจ็บร่วมด้วยเช่นกัน เพราะเส้นประสาทมีอาการบาดเจ็บ ดังนั้นผู้ป่วยโรคนี้จะมีความเจ็บจี๊ดที่คล้ายกับโดนเข็มแทงเรื่อย ๆ ในบริเวณที่มีการอักเสบและมีความรู้สึกแสบร้อนของกล้ามเนื้อบางส่วน

โดยเฉพาะมือและช่วงเท้าทั้งหมดรวมถึงอาการที่รู้สึกคล้ายกับมีแมลงไต่อยู่ตลอดเวลา เป็นความรู้สึกจี๊ดๆเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นอาการของโรคนี้ สามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเองอย่างชัดเจน หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้เข้ารับการรักษาในทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือฝืนใช้งานอวัยวะที่มีการอักเสบของเส้นประสาทต่อเพราะอาจส่งผลร้ายแรงถึงขึ้นผ่าตัดได้เช่นกัน

ปลายประสาทอักเสบวิธีรักษา อาการของโรคนี้ สามารถดีขึ้นได้ง่ายมาก เพียงแค่เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง รับยาและวิตามินบำรุง พร้อมกับ ดูแลร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ใช้เวลาไม่นานก็จะมีอาการดีขึ้นแบบชัดเจนแน่นอนแต่ทั้งนี้ก็เป็นโรคที่มีโอกาสเกิดซ้ำได้ง่ายด้วยเช่นกัน จึงต้องดูแลรักษาสุขภาพตามคำแนะนำอย่างจริงจังนั่นเอง ยิ่งคนที่เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและทุกโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันร่างกาย ต้องทำตามคำแนะนำเป็นประจำอาการจะดีขึ้นอย่างแน่นอน เป็นโรคที่รักษาไม่ยาก เริ่มมีอาการชาเหน็บหรือรู้สึกเสียวที่เท้าหรือมือ 

โรคปลายประสาทอักเสบ

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็น ปลายประสาทอักเสบ เช็คง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

โรคแฝงที่มาเงียบแต่สร้างความรบกวนและออกอาการค่อนข้างชัดเจนให้กับผู้ป่วย โรคปลายประสาทอักเสบอาการ เป็นโรคที่มีอาการเกี่ยวกับด้านเส้นประสาทที่ทำงานผิดปกติ และมักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยหลัก ๆ 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติหรือ มีภาวะของภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง ไม่สามารถฟื้นฟูสุขภาพร่างกายได้ตามปกติ เริ่มมีอาการชาเหน็บหรือรู้สึกเสียวที่เท้าหรือมือ

ต้องใช้ยาเข้าช่วยอยู่ตลอด เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน , ผู้ป่วยที่พักผ่อนน้อยมากจนมีอาการภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอลง หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า อาการภูมิตกนั่นเอง ผู้ป่วยที่ขาดวิตามินบางชนิดในร่างกาย โดยเฉพาะวิตามิน B1,วิตามิน B6 และ วิตามิน B12 สุดท้ายคือกลุ่มผู้ป่วยที่มัดได้รับสารพิษต่างๆเข้าสู่ร่างกาย ทั้งพิษจากโลหะหนัก พิษจากตะกั่วสะสมมากๆ ก็ทำให้เกิดอาการปลายประสาทอักเสบได้เช่นกัน

สำหรับการเฝ้าระวังและการตรวจเช็คสุขภาพร่างกายของตนเอง เพื่อดูว่า มีสัญญาณเตือน ของอาการโรคเกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบนี้หรือไม่ ก็รับรู้ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ โดยมีอาการหลักที่แสดงออกอย่างชัดเจน คือ ผู้ป่วยอาการปลายประสาทอักเสบ จะมีอาการของเหน็บชาในบริเวณปลายมือ และช่วงเท้า , ผู้ป่วยจะรับความรู้สึกได้น้อยลง โดยเฉพาะบริเวณปลายมือและช่วงเท้าผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โดยเฉพาะช่วงเท้ารู้สึกไม่มีแรงในการใช้งานหรือทรงตัวได้ยาก บางรายอาจเดินเซจนไม่สามารถพยุงตัวเองได้ , ป่วยจะมีความดันโลหิตต่ำ , บางรายอาจมีอาการที่แทรกมา เช่น ท้องเสีย ท้องผูก และเหงื่อออกง่ายมากกว่าปกติ

เพราะฉะนั้นสำหรับอาการเบื้องต้นเหล่านี้ ใครที่ประสบพบเจออยู่ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เข้ามา ต้องแนะนำให้รีบเข้าตรวจกับแพทย์โดยด่วนทันที เพื่อรักษาอาการได้อย่างทันท่วงทีและไม่ลุกลามไปกระทบอาการเจ็บป่วยอื่นๆ นี่คือขั้นตอนทั่วไปที่อาจใช้ในกระบวนการวินิจฉัย

  1. ประวัติอาการ แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการที่คุณกำลังประสบอยู่ รวมถึงระยะเวลาและลักษณะของอาการ ตัวอย่างเช่น อาการปวด อาการอัมพาต และอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  2. การตรวจร่างกาย แพทย์อาจดำเนินการตรวจสอบร่างกายของคุณเพื่อตรวจหาความผิดปกติทางกายภาพ รวมถึงการตรวจสอบฟังก์ชันการเคลื่อนไหวและการรับรู้ทางประสาท
  3. การทดสอบฟังก์ชันประสาท อาจมีการดำเนินการทดสอบเพื่อตรวจสอบความสามารถของระบบประสาท เช่น การตรวจสอบการรับรู้สัมผัส การรับรู้อุณหภูมิ หรือการส่งผ่านสัญญาณประสาท
  4. การตรวจร่างกายเพิ่มเติม หากมีความสงสัยว่าอาการที่คุณกำลังประสบเป็นเนื่องมาจากสาเหตุอื่น ๆ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการตรวจร่างกายเพิ่มเติม เช่น การตรวจวินิจฉัยภาพด้วยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น รังสีเอกซเรย์ หรือการตรวจปลายประสาทด้วยวิธีการอื่น ๆ เช่น การตรวจด้วยการทำกายภาพบำบัด หรือการตรวจด้วยการใช้เครื่องมือการวินิจฉัยทางสมอง

การรักษาอาการของ โรคปลายประสาทอักเสบ โดยแพทย์เป็นอย่างไร

การรักษา โรคปลายประสาทอักเสบ หลังจากที่ป่วยเป็นโรคนี้แล้วหรือเริ่มมีอาการคืออาการชาเหน็บหรือรู้สึกเสียวที่เท้าหรือมือ  แนะนำให้เข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อจัดการดูแลรักษาเส้นประสาท และดูแลร่างกายให้ดี พร้อมหายอย่างรวดเร็วต่อไป สำหรับขั้นตอนการรักษาของทางการแพทย์นั้น จะให้การรักษาหลักๆดังนี้

    1. ยาแก้ปวด ใช้ยาแก้ปวดที่ไม่ต้องใช้สั่งจากแพทย์ เช่นพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือไอบรูโฟเอน (Ibuprofen) เพื่อช่วยลดอาการปวด แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์
    2. การพักผ่อน ให้ร่างกายพักผ่อนอย่างเพียงพอและลดการใช้งานส่วนที่มีอาการอักเสบ แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมาก
    3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากพบว่าพฤติกรรมการใช้งานทำให้ปวดมากขึ้น ควรปรับปรุงและปรับเปลี่ยนวิธีการใช้งานเพื่อลดการเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดอาการเสียดสีดที่ปลายประสาท
    4. กายภาพบำบัด การรับการดูแลและกายภาพบำบัดโดยนักกายภาพบำบัดอาจช่วยลดอาการปวดและเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นตัว
    5. การใช้เครื่องช่วย บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยเพื่อรักษาการเคลื่อนไหว หรือเครื่องช่วยในการเดิน เพื่อช่วยให้สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

เป็นขั้นตอนการรักษาทางการแพทย์โดยง่ายแต่ต้องแนะนำว่าใครที่เริ่มมีอาการ หรือรู้ตัวว่า โรคปลายประสาทอักเสบเฉียบพลัน การใช้ชีวิตไม่ปกติ โดยเฉพาะการทรงตัว การเดิน การยืน หรือ อาการชาบริเวณปลายนิ้วมือ ช่วงมือ ช่วงเท้า ควรรีบเข้าพบแพทย์ ก่อนจะลุกลามไปถึงขั้นผ่าตัดเส้นประสาทที่บาดเจ็บหนัก เพราะโดยปกติโรคนี้ถือว่ามีโอกาสเกิดได้ทั่วไปและเป็นโรคที่รักษาได้ง่ายหายได้ไว ยกเว้นขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้องเท่านั้น

วิธีการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วย ปลายประสาทอักเสบ อย่างถูกต้อง คำแนะนำจากแพทย์

ผู้ที่ป่วยเป็น ปลายประสาทอักเสบที่หัว จะเป็นอาการที่เกิดจากเส้น ประสาทส่วนปลายเสื่อม และมีการอักเสบ ทำให้มีอาการบาดเจ็บแบบรู้สึกได้ทันที โดยสาเหตุมาจากหลากหลายอย่างด้วยกัน เป็นโรคที่สามารถพบได้โดยทั่วไปและรักษาให้หายเป็นปกติได้ไม่ยาก เริ่มมีอาการชาเหน็บหรือรู้สึกเสียวที่เท้าหรือมือ

ส่วนสาเหตุจก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การขาดอาหารสารอาหาร หรือวิตามินบางอย่างในร่างกายที่ขาดไปรุนแรง , เป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันลดลงอยู่แล้ว , การรับสารพิษ สารตะกั่วหนักต่อเนื่องมากเกินไป , มีเนื้องอกขึ้นมากดทับเส้นประสาท , การหักโหมมากเกินไป ทำให้เกิดการบาดเจ็บของเส้นประสาท , ความเครียด เป็นต้น ส่วนการดูแลรักษาร่างกายของผู้ป่วยให้หายขาด และลดโอกาสเกิดโรคนี้ซ้ำ สามารถดูแลตัวตนด้วยวิธีจากคำแนะนำแพทย์ ดังนี้

  1. คำแนะนำจากแพทย์ ปฏิบัติตามคำแนะนำและคำสั่งจากแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีการแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานยา การออกกำลังกาย หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งาน ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  2. ออกกำลังกาย หากสภาพร่างกายของคุณอนุญาตให้ทำกิจกรรมการออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ต้องปรับปรุงตามความสามารถของร่างกายและคำแนะนำของแพทย์ ออกกำลังกายสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบประสาท และช่วยลดอาการปวดได้ในบางกรณี
  3. การบริหารจัดการกับความเครียด: ความเครียดอาจมีผลต่ออาการของโรคปลายประสาทอักเสบ หากเป็นไปได้ พยายามลดความเครียดโดยใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่นการหมอนหนุนสำหรับการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การฝึกโยคะ หรือการหายใจลึกๆ
  4. การรักษาอาหาร คุณควรรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง รวมถึงผักและผลไม้สด เพื่อส่งเสริมสุขภาพทั่วไปของร่างกาย การรักษาอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มพลังให้กับร่างกาย
  5. การจัดการกับอาการปวด หากมีอาการปวดที่เกี่ยวข้อง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาแก้ปวด และสามารถใช้เทคนิคการบรรเทาอาการที่ได้รับการแนะนำเช่นการใช้แพ็กเกจหรือการอบร้อน/เย็นแบบเปลี่ยนตัว
  6. การเยียวยานวด การรับการนวดหรือการเยียวยาที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนเลือดสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดและเสริมสุขภาพได้

อย่าลืมปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับสถานะของคุณแต่ละรายบุคคล ยิ่งไปกว่านี้ อาจมีการดูแลและรักษาเสริมเพิ่มเติมที่คุณต้องการ

ทางเข้าเล่นพนัน>>> บาคาร่า 1 บาท