โรคทางเดินหายใจ อาจรับเชื้อได้โดยไม่รู้ตัว

โรคทางเดินหายใจ เป็นโรคที่เป็นง่าย และมีหลายโรค

โรคทางเดินหายใจ แยกได้เป็น โรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน กับโรคระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เป็นโรคที่ติดต่อง่าย เพราะสามารถแพร่กระจายในอากาศได้ ติดต่อได้เพียงแค่เราสูดดมหรือหายใจเอาอากาศที่มีเชื้อโรคนั้นเข้าไปในร่างกาย อย่างเช่น ไข้หวัด เป็นโรคที่ติดต่อง่ายที่สุด คออักเสบ ปอดอักเสบ  ภูมิแพ้ เป็นต้น โรคเหล่านี้เกิดจากการได้รับเชื่้อไว้รัส และเชื้อแบคที่เรียเข้าสู่ร่างกาย วันนี้แอดมินจะมาพูดถึง โรคทางเดินหายใจ ที่เจอบ่อย การติดต่อ การป้องกัน เกี่ยวกับโรค

ไข้หวัด เป็น โรคทางเดินหายใจ ที่เป็นพบบ่อย และติดต่อกันง่ายที่สุด เพียงแค่ไอ หรือจามใกล้ ๆ กัน หรือรดกัน โดยไม่ได้ป้องกัน เพราะโรคจะปนเปื้อนมากับละออง น้ำมูก น้ำลาย คนที่ได้สัมผัส หรือสูดดมเข้าไป ก็จะรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย บางครั้งก็ติดต่อโดยการ ใช้สิ่งของร่วมกัน หรือของที่ผู้ป่วยสัมผัส แล้วเราไปสัมผัสต่อ โดยไม่ได้ล้างมือ ฆ่าเชื้อ ก็ทำให้เราได้รับเชื้อโดยไม่รู้ตัว

อาการของโรคหวัด ก็จะปวดหัว คัดจมูก มีน้ำมูก ตัวร้อน ปวดเมื่อยตัว ไอหรือจาม อาจจะมีอาการตาแดง หรือแสบตา น้ำตาไหลหรืออาการหนาวสั่นร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับสภาพร่างการของผู้ป่วยแต่ละคน และเชื้อที่ได้รับเข้าไปด้วย ในผู้ป่วยบางคน ก็อาจจะมีอาการ อาเจียน อาจจะไม่มีอาการไอ หรือจาม มักจะมีอาการประมาณ 5 – 7 วัน ส่วนใหญ่จะเป็นกันเยอะ ในช่วง ฤดูฝน เพราะสภาพอากาศชื้นจะเหมาะต่อการแพร่ระบาดของเชื้อง่ายกว่าอากาศร้อน

ถ้าหากเกิดภาวะแทรกซ้อน ก็จะมีอาการน้ำมูกเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง ไซนัส ทอนซิลอักเสบ หลอดลม หรือแม้แต่ปอดอักเสบ ถ้าคนมีโรคประจำตัว จะทำให้หอบและเหนื่อยง่ายรุนแรงกว่าปกติ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้อน

การป้องกันคนที่เป็น ต้องใส่หน้ากากอนามัย ปิดปาก เวลาไอ หรือจาม ล้างมือทุกครั้งที่ไอหรือจาม เพื่อลดการแพร่เชื้อ ส่วนคนที่ไม่ได้ป่วย ก็ควรดูแลตัวเอง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ หรือทุกครั้งที่จับ หรือสัมผัส ผู้อื่น หรือสิ่งของที่ต้องใช้ร่วมกัน เพื่อป้องกันการรับเชื้อ ถ้าเป็นแล้วควรพักผ่อนอยู่บ้าน หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่แออัด สถานที่ ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ถ้าเป็นเยอะก็ควรรีบไปพบแพทย์

โรคทางเดินหายใจ

โรคที่เกี่ยวระบบทางเดินหายใจมีความรุนแรงแตกต่างกันออกไป

คออักเสบเป็น โรคระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เกิดจากเยื่อบุภายในคออักเสบ ติดเชื้อแบคที่เรีย ทำให้เกิดการอักเสบ จะพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ อาการจะไม่รุนแรงมาก สามารถหายเองได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ก็จะใช้เวลาในการรักษานานขึ้น

อาการของโรค เวลากลืน หรืออาหาร ก็จะเจ็บคอ หรือแสบ ทำให้ไม่อยากทานอาหาร มีไข้ หรืออาจจะมีต่อมน้ำเหลืองโต ถ้าเกิดจากการติดเชื้อแบคที่เรียจะรุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัส จะมีอาการไข้สูงมาก เจ็บคอมาก หรือถึงขั้นมีหนองในคอเกิดขึ้นด้วย อาการจะดีขึ้นเองภายใน 7 – 10 วัน ถ้าไม่มีอาการแซกซ้อน หรือติดเชื้อตัวอื่น ๆ เพิ่ม

สาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีเชื้อแบคทีเรียในบางกรณี การติดเชื้อ และการแพร่กระจายของเชื้อ การไอหรือจาม รดกันทำให้เชื้อแพร่กระจายในอากาศ เหมือนกับโรคหวัด

วิธีป้องกันโรคทางเดินหายใจ คือหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด เป็นคออักเสบ ไม่สัมผัส ไม่ใช่ของร่วมกับผู้ป่วย หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ล้างมือ หรือทำความสะอาดบ่อย ๆ ไม่อยู่ใกล้ ๆ คนที่ไอหรือจาม ถ้าไม่สบายให้หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรป้องกัน และดูแลตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น ส่วนคนที่ไม่ได้ป่วยก็ควรใส่หน้ากากอนามัยเช่นกัน เพื่อป้องกันการรับเชื้อ และควรล้างมือบ่อยขึ้นกว่าปกติ ควรพกเจลล้างมือติดตัวตลอดทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

คออักเสบ มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้น้อยมาก แต่ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน ก็จะมีอาการค่อนข้างรุนแรง เพราะทำให้เกิดหนอง หรือเกิดเป็นฝีที่คอได้ หรือต่อมน้ำเหลืองอักเสบขึ้น หรืออาจมีอาการอื่นเกิดขึ้น ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของตัวผู้ป่วยเอง อย่างเช่น ไตอักเสบ ไข้รูห์มาติก โรคหัวใจรูห์มาติก เป็นต้น

โรคทางเดินหายใจ ที่มีความรุนแรง และอันตราย

โรคปอดอักเสบ หรือโรคที่เรารู้จักกันในชื่อ โรค ปอดบวม เป็น โรคทางเดินหายใจ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบริเวณปอด จนเกิดการอักเสบ มีน้ำหรือหนองอยู่ภายในปอด ทำให้ปอดทำงานผิดปกติ มักพบในช่วงฤดูฝนกับฤดูหนาว เกิดขึ้นได้กับทุกวัยแต่มักในวัยเด็กและผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ มีความรุนแรงแรงของโรคมาก มีอาการไอ หายใจติดขัด หอบเหนื่อย จนถึงขั้นเสียชีวิต

สาเหตุมาจาก การติดเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ติดต่อผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ไอหรือจามรดกัน หรือมีการสำลักเชื้อลงปอด คามรุนแรงขึ้นอยู่กับเชื้อที่ได้รับเข้าไป โรคนี้ระบาดง่ายในสถานที่แออัด มีคนเยอะ

อาการโดยทั่วไปของโรคปอดบวม มีไข้ ไอ ถึงขั้นไอเป็นเลือด มีเสมหะ หายใจเร็ว หายใจติดขัด หอบเหนื่อย มีอาการเจ็บหน้าอก อาจจะมีการเบื่ออาหาร ทำให้น้ำหนักลด ในบางรายหายใจมีเสียงวี๊ด บางรายถึงขั้นหัวในล้มเหลว เนื่องจากการหายใจติดขัด ร่างกายขาดอ๊อกซิเจน ทำให้หมดสติ ถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเชื้อที่ได้รับและความรุนแรงของโรค และระยะเวลาที่ได้รับเชื้อ

การป้องกัน และการดูแลตัวเอง ควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด โดยเฉพาะเด็กเล็ก ไม่สัมผัสผู้ป่วย ไม่ใช้ของร่วมกับผู้ป่วย ถ้าจำเป็น ควรล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสผัสป่วย หรือหยิบจับของผู้ป่วย ควรใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องการการเเพร่กระจายของเชื้อ และลดการเสี่ยงการติดเชื้อ ในเด็กเล็กควรฉีดวัคซีนให้ครบตามที่กำหนด

การเกิดการแทรกซ้อน จะมีโอกาสเกิดได้น้อย นอกจากผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับปอด ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวที่ต้องช่วยเครื่องหายใจ หัวใจอักเสบ

โรคทางเดินหายใจ

การดูแลตัวเองเพื่อป้องการโรค

การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคเหล่านี้ ก็มีหลักการคล้าย ๆ กัน คือต้องหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด มีผู้คนเยอะ ๆ ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น ควรแยกของใช้ส่วนตัวแยกกัน ถ้าจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน ควรทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อน ไม่อยู่ใกล้ คนที่มีอาการไอหรือจาม มีไข้สูง

ต้องรักษาความสะอาด ไม่สัมผัสผู้อื่นถ้าไม่จำเป็น ต้องล้างมือทุกครั้งที่สัมผัส หรือของใช้ของผู้อื่น ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หรือต้องพบปะคนเยอะ ๆ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นโรคหรือไม่ ทำได้แค่ต้องดูแล ป้องกันตัวเอง ดูแลจัดที่อยู่อาศัยไม่ให้มีความแออัด ดูแลให้สะอาด ควรจัดให้โล่ง ให้อากาศถ่ายเทได้ดี ต้องล้างมือทุกครั้งก่อนจะหยิบจับอะไร หรือทานอาหาร และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี

เพราะบางครั้ง คนที่ป่วยเอง ก็ยังไม่รู้ว่าตัวว่าเป็นโรค หรือไม่สบาย เลยไม่ได้ทำการรักษา และทำการป้องกัน ดังนั้นเราจึงต้องดูแล และป้องกันตัวเอง และคนในครอบครัวเราเอง เพื่อไม่ให้ต้องเสี่ยงกับโรคต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด

การดูแลรักษาตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรงก็มีส่วนสำคัญ พักผ่อนให้เพียงพอ ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ไม่อ่อนแอต่อเชื้อโรคที่ได้ร้บ เพราะโรคบางโรค ไม่มียารักษา ให้หายขาดได้ จนทำให้กลายเป็น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ได้ และบางโรค ก็เป็น โรคที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน ถ้ารักษาไม่ทันก็อาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคทางเดินหายใจ ส่วนมากจะเกิดในฤดูฝนกับฤดูหนาว เพราะสภาพอาการที่อับชื้น เหมาะกับการแพร่เชื้อมากกว่าอากาศที่ร้อนอบอ้าว

ส่วนคนที่รู้ว่าตัวเองไม่สบาย ควรหยุดพักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ไปในที่ชุมชน ที่มีคนเยอะ ถ้าจำเป็นต้องไป ต้องสวมหน้ากากอนามัย เวลาไอหรือจามควรใช้ทิชชู่ปิดปาก ไม่สัมผัสผู้อื่นถ้าไม่จำเป็น เพื่อลดการกระจายของเชื้อโรค

อ่านต่อ>>วัคซีน โค วิด 19 ของไทย

แทงบอลน้ำดี