การเกิดของโควิด19 เกิดมาจากอะไร เเละมีมาตราการป้องกันอย่างไร

การเกิดของโควิด19

การเกิดของโควิด19 เกิดชึ้นได้อย่างไร

การเกิดของโควิด19 หากย้อนกลับไปเมื่อปลายปี ค.ศ. 2019 หรือ พ.ศ. 2562 นั้น ก็ได้เกิดเรื่องที่ คนทั่วโลกนั้นก็ไม่คาดฝันกันอย่างเกิดขึ้น นั้นก็คือการระบาดที่รุนแรงมากที่สุด ในมวลมนุษย์ชาติอย่าง ไวรัสโคโรน่า 19 ซึ่งว่ากันว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่ได้ปะทุขึ้นจนขยายเป็นวงกว้าง ไปทั่วทุกมุมของโลก ไม่เว้นเเต่ประเทศไทย เเละช่วงนั้นก็ถือได้ว่า เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย ที่มักจะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประชากรจากประเทศจีน

ที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักในการที่จะ มาเยือนประเทศไทย เเละช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ กอบโกยรายได้อย่างมากมายเเละก็มหาศาล เเต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ใครจะไปรู้ว่าเป็นหายนะกับ ทุกคนบนโลกใบนี้ที่จะต้อง เผชิญความร้ายกาจของไวรัสชนิดนี้ มาอย่างยาวนานโดยเฉพาะทุกๆประเทศนั้น ก็ไม่สามารถที่จะรองรับผู้ป่วยได้อีกเลย ทำให้ระบบสาธารณะสุขนั้น ต้องหยุดนิ่งชยักอยู่พอสมควร เพราะว่าในช่วงนั้นทั่วโลก ต่างก็ยังไม่มียาใดๆรักษาได้เลย เว้นเเต่เสียว่ารักษาไปาตามอาการ

ซึ่งบางรายนั้นก็ใช้เวลาในการรักษาอยู่เป็นเเรมเดือน หรือบางคนที่ทนกับอาการเหล่านี้ไม่ได้ ก็ทำให้ต้องเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งโรคดังกล่าวนี้ ก็ได้ถือกำเหนิดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทนจีนในช่วงเดือนธันวาคม 2019 เเละเมื่อโรคนี้ได้มีการระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น ทางสาธารณสุขของไทย ก็ได้มีการประกาศในวันที่ 30 มกราคม 2563 ว่าเป็นโรคระบาดในภาวะฉุกเฉิน เพราะว่าในช่วงนั้นก็ได้เกิดการระบาดกันเป็นวงกว้าง เเละก็ไม่มีทีท่าจะหยุดนิ่งแต่อย่างใด

ทางรัฐบาลไทยก็ได้ประกาศเป็น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อที่จะสกัดกั้นการเเพร่ระบาดของ โควิท19 เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนนั้น อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเเละสัมผัสอย่างใกล้ชิด ตลอดไปจนการห้ามประชาชนออกนอกบ้าน ในช่วงเวลา 5ทุ่ม เเละกิจกรรมในหลายๆอย่าง ก็ได้มีการสั่งปิด ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิงต่างๆ ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา โรงแรมต่างๆ เเละก็รวมปไปถึงสถานศึกษา เเละก็กิจการต่างๆที่ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มกัน ก็ไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการได้

จนทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจที่ทดถอยอย่างหนัก จนนำพาไปสู่การตกงานกันอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าไม่สามารถที่จะทนกับ ค่าใช้จ่ายใดๆได้ เเละช่วงนั้นก็เป็นช่วงวิกฤติของ คนที่ทำมาหาเช้าเย็นค่ำ เพราะไม่รู้ว่าโรคระบาดนี้ จะหายไปจากโลกเมื่อไหร่

การเกิดของโควิด19 เกิดมาจากอะไร เเละมีมาตราการป้องกันอย่างไรบ้าง

ในช่วงเเรกของการเกิดการระบาดนั้น มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า 2019- nCoV เเละก็ได้เปลี่ยนมาเป็น SARS-CoV-2 เพื่อที่จะไม่ให้เกิดรอยมลทิน ที่ในเเต่ละประเทศหรือตัวบุคคลเองก็ มักจะพูดกันว่าไวรัสอู่ฮั่นหรือ ไวรัสจีนเป็นต้น ซึ่งบางประเทศนั้นก็ทำให้เกิดการเกลียดชัง ประเทศที่มากจากเอเชียด้วยกัน ถึงขั้นขนาดมีการทำร้ายร่างกาย ผู้หญิงชาวเอเชียที่ได้อาศัยในต่างประเทศ ก่อให้เกิดความเกลียดชังอย่างรุนเเรง

ซึ่งถ้าบางสำนักข่าวก็ได้รายงานว่า โรคไวรัสนี้ก็ได้เกิดขึ้นในฐานทัพเรืออเมริกัน ซึ่งว่ากันว่าเป็นการเกิดจากน้ำมือของมนุษย์เอง ที่ได้สร้างไวรัสชนิดนี้ขึ้นมา โดยที่มีเเหล่งที่มาจาก ห้องแลป BSL-3 รัฐ คาโรไลน่าเหนือ เเละก็ได้มีการนำเอาเชื้อนั้น ไปแพร่ที่ประเทศจีน เนื่องจากว่าไวรัสชนิดนี้นั้น ก็มีเชื้ออย่างเอสไอวีเข้าไปด้วยนั้นเอง จากการสันนิฐานนั้น ก็ไม่ได้เกิดจากการที่ คนไปจับงูเเล้วมาประกอบอาหาร เพราะว่างูนั้นได้ไปกินสัตว์อย่างค้างคาว เเละก่อให้เกิดสายพันธุ์นี้ขึ้นมา

จากการที่ได้สืบสวนกันไปนั้น ก็เกิดจากทหารอเมริการได้มีการ เข้าร่วมการเเข่งขันกีฬาทหาร ที่เมืองอู่ฮั่นในช่วงเดือน ตุลาคม 2019 เเละมีจำนวนทั้งหมด 5 นายด้วยกันหลังจากที่เกิดขึ้น ทหารทั้งห้านายนี้ก็ได้เดินทางกลับประเทศ เเละก็ต้องมีการสืบสวนกันต่อไปว่า ใครที่เป็นฝ่ายปล่อยไวรัสตัวนี้

และในช่วงนั้นเองประชาชนชาวไทย ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินงานทางด้าน เศรษฐกิจได้อีกเลยเพราะผลที่กระทบกันอย่างกว้างขวาง เพราะว่าการประกาศของรัฐบาลในช่วงนั้นได้แก่

1. ห้ามบุคคลเดินทางออกจากราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ตาม

เราจะเห็นได้ว่าในช่วงนั้น สายการบินทุกสายที่อยู่ในประเทศไทยนั้น ได้รับผลกระทบกันอย่างหนัก เพราะว่าไม่สามารถที่จะให้บริการได้ ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในประเทศก็ตาม

2. ห้ามชุมนุมเพราะว่าการเเพร่ระบาดนั้น ก็จะเกิดขึ้นในหมู่คนมาก ที่ไม่ได้ระวังตัวเองหรือไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานบันเทิงในยามค่ำคืน ยิ่งเป็นตัวการที่จะติดเชื้อได้อย่างง่ายดาย เพราะว่าเมื่อเข้าไปเเล้วคงไม่มีใคร ที่จะสวมใส่เมสตลอดเวลาอยู่เเล้ว อีกทั้งยังอยู่ในสถานที่อับ ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ยิ่งทำให้ไวรัสนั้นเเพร่กระจายได้เป็นวงกว้าง

3. ห้ามแพร่ข่าวเท็จ หรือเฟคนิวส์

ในช่วงนั้นทำให้เกิดการวิตกกันเป็นวงกว้าง จนทำให้หลายๆคนนั้นเกิดโรคซึมเศร้า เเละก็มีบางกลุ่มที่ต้องการใช้สื่อเป็นเครื่องมือ ในทางที่ไม่ควรหรือเอาภาพต่างๆ มาตัดต่อทำให้เกิดการเเชร์ภาพหรือ ข้อมูลเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความวุ่นวายเเละก็สับสนเป็นจำนวนมาก

โควิด รอบ 2 มีสายพันธุ์อะไรบ้าง

เเละหลังจากนั้นก็ห้ามมิให้ ผู้คนที่อยู่ภายในประเทศนั้น ต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือเเม้กระทั้ง ข้ามตำบลเพราะว่าจะเป็นการควบคุมโรคได้อย่างสะดวก จะไม่ก่อให้เกิดเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคม 2020นั้น ก็พบว่ามีผู้ป่วยทั้งหมดเกือบ 1,000รายเเละก็เสียชีวิตรวม 4ราย

ซึ่งหลังจากที่ประเทศไททยนั้นก็ได้ มีมาตราการที่เข้มงวดออกมานั้น การจัดการดูแลก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี เเละก็ไม่มีคนในประเทศไทยเป็นโควิทเลย เเต่ในโซนเเถวเพื่อนบ้านนั้น ก็ยังคงมีการระบาดกันอย่างต่อเนื่อง เเละก็ในช่วงเดือนมีนาคมนั้น HO ประกาศให้ โรคโควิด-19 เป็น การระบาดใหญ่เพราะว่ามีการเเพร่เชื้อไปเเล้วกว่า 118 ประเทศ เเต่ในทางตรงกันข้ามนั้น ทางประเทศไทยก็ได้มีการระบาดโควิทรอบที่ 2 นั้นก็เป็นช่วงที่ เทศกาลสงกรานต์

ที่ตอนนั้นประเทศไทยก็เริ่มที่จะฟื้นฟูทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้เเรงงานต่างด้าวนั้น ก็คอยอาศัยการเเอบเข้าการเดินทาง มายังประเทศเเละนั้นก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ การระบาดในช่วงนั้นไม่สามารถที่จะ ดูเเลได้เป็นอย่างดีเพราะว่า โรคระบาดนี้ก็ได้รุนเเรงกว่าในรอบเเรก เพราะว่าในช่วงนั้นก็ได้มีการกลายพันธุ์เกิดขึ้น ได้แก่

1. สายพันธุ์อังกฤษ (B.1.1.7) เป็นสายพันธุ์ที่เกิดที่ประเทศอังกฤษ เเละก็ได้ขยายมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563โดยที่สายพันธุ์ชนิดนี้นั้น นอกจากที่จะติดกันง่ายๆเเล้ว ยังมีอัตราที่รุนเเรงกว่าสายพันธุ์อู่ฮันประมาณ 30%

2. สายพันธุ์แอฟริกาใต้ (501Y.V2 หรือ B.1.351) เกิดขึ้นเมือเดือนตุลาคม 2563 ที่แอฟริกาใต้ ในอ่าวเนลสันแมนเดลา เมืองอีสเทิร์นเคป เเละในประเทศไทยนั้นก็พบครั้งเเรกที่ภาคใต้ของประเทศไทยที่จังหวัด นราธิวาส เป็นสายพันธุ์ที่ได้มีการหลบหลีกภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งนั้นหมายความว่าหากได้รับวัคซีนเเล้ว ก็สามารถที่จะได้รับเชื้อได้เหมือนกัน เเละก็ติดง่ายเช่นเดียวกัน

3. สายพันธุ์อินเดีย (B.1.617.1 และ B.1.617.2) เกิดในประเทศอินเดีย โดยที่อยู่ไม่ห่างไกลจากประเทศไทยเลย พบเป็นไวรัสครั้งนี้ที่ประเทศไทย ในเเคมป์คนงานที่เป็นชาวพม่า เเละก็ได้ขยายไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ ตลาดน้ำของชาวประมงหรือ ตลาดซื้อขายสัตว์น้ำนั้นเอง

ซึ่งไวรัสตัวนี้ก็ได้มีการกลายพันธุ์เรื่อยมากจนกระทั้ง สายพันธุ์ล่าสุดอย่าง โอมิครอน ที่ว่ากันว่าติดง่ายมากกว่าสายพันธุ์ตัวอื่นๆ เเต่ผลข้างเคียงนั้น กลับไม่ได้เเสดงอาการเเต่อย่างใด หรืออาจจะเเสดงอาการบ้างหลังจากที่ได้รับเชื้อ ซึ่งบางคนนั้นก็รักษาตัวเองอยู่กับบ้านหรือที่เรียกกันว่า home isolation มันเลยเป็นสิ่งที่หลายๆคนนั้น ต่างก็ไม่ได้เกิดความวิตกกังวลเท่าไหร่เเล้ว เพราะว่าไม่ได้รุนเเรงเหมือนในช่วงเเรก

ซึ่งบางประเทศนั้นก็ปล่อยให้เป็นไปตามอิสระเเล้ว เพราะเท่าที่ดูอัตราการเสียชีวิตนั้น ก็ลดลงไปอย่างมากทำให้หลายๆประเทศนั้น เปิดประเทศกันทั้งหมดเเล้ว โดยที่ไม่ต้องกักตัวหรือตรวจหาเชื้อก่อนเข้าประเทศ เเต่อย่างใดเลยเพราะในหลายๆประเทศนั้น ระบบสาธารณสุขนั้น ก็เริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นไปเเล้ว

วิธีรักษาโควิดด้วยตัวเอง มีวิธีการอย่างไรกันบ้าง

ถ้าหากว่าเรารู้ตัวว่ามีอาการดังต่อไปนี้ เป็นไข้ เป็นหวัด ลิ้นไม่รับรู้รสชาติ หรือมีอาการที่คล้ายกับการป่วยทั่วๆไปนั้น อย่างเเรกเลยให้เราหาที่ตรวจที่เรียกกันว่า ATK ที่ตอนนี้ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านยาทั่วๆไปได้เเล้ว ซึ่งเมื่อเราได้ตรวจเเล้วปรากฎว่าขึ้น 2 ขีด ก็ให้ทำตามหรือควรที่จะหาซื้อยามาตามลักษณะดังนี้

1. ยาประจำตัว

สำหรับบางคนนั้นก็จะมีโรคประจำตัว ที่เเทรกซ้อนอยู่เเล้ว เพราะฉะนั้นเเล้วควรที่จะมีเอาไว้ ซึ่งควรที่จะทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1-2เดือนหรือเเล้วเเต่เเพทย์สั่ง

2. ยาพาราเซตามอล

สำหรับบางคนนั้นก็อาจจะมีไข้ขึ้นสูง ที่จะมีอุณภูมิสูง 37 องศาเซลเซียส หรืบางคนอาจจะเกิดอาการต่างๆเช่น หัวใจเต้นเร็วอ่อนเพลีย

3. ยาฟ้าทะลายโจร

เหมาะสำหรับคนที่ป่วยที่มีอาการไม่รุนเเรงมากนัก เพราะว่าฟ้าสรรพคุณของทะลายโจรนั้น มีมากมายหลายชนิดด้วยกัน จัดได้ว่าเป็นยาวิเศษอีกยาชนิดหนึ่ง ที่มีการแจกจ่ายกันเป็นอย่างมาก เเละก็สามารถที่จะรักษา คนทีป่วยเป็นโควิทมาเเล้วมากมาย เพราะว่ายาตัวนี้นั้นจะช่วยในเรื่องของ การกระตุ้นภูมิคุ้นกันร่างกาย ได้หลากหลายชนิดเพื่อที่จะไม่ให้ สิ่งเเปลกปลอมนั้นเข้าไปสู่ร่างกายได้

อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของอาการหวัด คัดจมูก เเก้อาการตัวร้อนเเละปวดหัว ช่วยแก้อาการไอ เเละต่างๆอีกมากมายจนกระทั้ง บางพื้นที่นั้นก็ได้มีการเเจกจ่ายให้กับ ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลได้

ซึ่งทางที่ดีนั้นการป้องกันด้วยวิธี สล็อตขั้นต่ำ ต่างๆนั้นก็ เป็นส่วนหนึ่งที่จะไม่ทำให้เรานั้น เข้าไปติดเชื้อหรือสุ่มเสี่ยงต่ออันตราย ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราได้ โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ ร่างกายาของเรานั้นเกิดภูมิต้านทานได้เหมือนกัน